Fate: The Winx Saga สำหรับคนที่ไม่เคยดูเวอร์ชันการ์ตูน

The Winx Saga

Fate: The Winx Saga สำหรับคนที่ไม่เคยดูเวอร์ชันการ์ตูน เป็นอีกครั้ง ที่เราจะได้ท่องโลกเวทมนตร์ สุดลึกลับ แถมยังได้หวนรำลึก ถึงความหลัง ไปยังวัยเด็ก แสนสดใส เมื่อเรื่องราวของ เหล่าแฟรี่ ที่มีพลังเวท แตกต่างกันไปอย่าง วิงซ์คลับ (Winx Club) ซึ่งเคยโลดแล่น บนจอทีวีในฉบับการ์ตูนแอนิเมชัน ตั้งแต่ปี 2004 – 2019 ซีรีย์ออนไลน์

ได้กลายเป็น ซีรีส์ฉบับคนแสดง ภายใต้ชื่อ เฟต เดอะ วิงซ์ ซาก้า (Fate: The Winx Saga) ออนแอร์ บนแพลตฟอร์ม ความบันเทิงระดับ หลังจากออกอากาศ ไปได้ไม่ถึงสัปดาห์ ซีรีส์มีกระแสตอบรับ ทั้งเชิงบวก และเชิงลบ

หลายคนที่เป็นแฟน การ์ตูนวิงซ์คลับ (Winx Club) มาก่อน ย่อมมีอาการหน้าบูด หน้าเบี้ยว กันบ้าง ด้วยฉบับซีรีส์ ค่อนข้างดัดแปลง การ์ตูนต้นฉบับ ที่เคยผ่านตา ไปมากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นโทนเรื่อง เสื้อผ้า หน้า ผม การสอดแทรก การชิงดีชิงเด่น ปัญหาหัวใจ มิตรภาพ

โดยเฉพาะตัวละคร บางตัวที่ไม่ตรงกับ ต้นฉบับ ไม่ว่าจะรูปร่าง หน้าตา หรือเชื้อชาติ แต่เข้าใจได้ว่า การพลิกแพลง บทบาทเหล่านี้ เป็นไปเพื่อการ เพิ่มมิติความสมจริง ให้ตัวละครมากขึ้น ในฐานะที่ผู้เขียน ไม่ใช่แฟนการ์ตูน วิงซ์คลับ ถือว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ มีเหตุผล เรียกได้ว่า เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ โลกเวทมนตร์ คู่ขนานดูสมจริง มากขึ้นด้วยซ้ำ

สำหรับซีซั่นที่ 1 มีเพียง 6 ตอน สำหรับผู้เขียนรู้สึกว่าเป็นเพียงการแนะนำที่มาที่ไปของโลกเวทมนตร์คู่ขนาน เพื่อให้หลายคนที่ไม่เคยรู้จักการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อน ได้ทำความคุ้นเคยกับตัวละคร ที่มาที่ไปของพลังเวทที่สมจริงและมีตรรกะในการสำแดงอย่างถูกที่ถูกทาง

มีฉากต่อสู้ระหว่างแฟรี่กับสัตว์ประหลาดอย่าง เดอะเบิร์นวัน (The Burned One) และแผนการชั่วร้ายของบรรดาตัวละครฝ่ายดำอย่าง บีเอทริกซ์ (Beatrix) รวมไปถึงการนำทัวร์โรงเรียนสอนเวทย์มนตร์อัลเฟีย เพื่อนำทางไปสู่ความลับ และเส้นเรื่องที่เข้มข้นมากขึ้น ในซีซั่น 2

นอกจากตัวละครผู้ดำเนินเรื่องแล้ว สิ่งที่น่าประทับใจสำหรับเรื่องนี้ คือ การปรับบรรยากาศการดำเนินเรื่องให้มีความสมจริง มีที่มาที่ไป ไม่ขายฝันจนกลายเป็นซีรีส์สำหรับเด็ก รวมไปถึงงานสร้างที่มีความอลังการ ฉาก แสง สี เสียง

รวมทั้งซีจีพลังเวทมนตร์ก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี แต่หวังว่าจะดีขึ้นอีกในซีซั่นต่อไป ติดอยู่ไม่กี่อย่างคือจำนวนตอนที่น้อยไปหน่อย จนกระทบต่อการดำเนินเรื่องบางช่วงบางตอนที่เร็วจนเกินไป ขาดการเล่ารายละเอียดที่มาที่ไปอย่างน่าเสียดาย และยังมีบทพูดที่คนธรรมดาไม่พูดกันในชีวิตประจำวันหลุดเข้ามาจนขัดอารมณ์เล็กน้อย