ตร.ล้อมลวดหนาม สนง.ทรัพย์สินฯ รับมือม็อบ – อ.อ๊อดจับพิรุธยาเค

สนง.ข่าวแรกของเรายังอยู่ที่ประเด็นเรื่องการชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย โดยสถานการณ์ล่าสุด เฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ของ วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร ได้โพสต์ข้อความที่ระบุว่า บริเวณสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ย่านเทเวศร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำรั้วลวดหนามหีบเพลงมาติดตั้ง เพื่อรับมือก่อนที่จะมีม็อบจากคณะราษฎร วันที่ 25 พฤศจิกายน 63 พร้อมทั้งติดตั้งป้าย “เขตพระราชฐาน” ด้วย

ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ก็เผยว่า สถานที่บริเวณดังกล่าวเป็นเขตพระราชฐาน หากมีการข่าวว่าอาจเกิดอันตรายทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ก็ต้องออกข้อกำหนด ซึ่งกฎหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะให้อำนาจไว้เท่าไหร่ ก็ทำตามนั้น แม้แกนนำจะประกาศยกระดับการชุมนุม ทางตำรวจก็ไม่กังวล เพราะตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบ ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับผู้ชุมนุม

นอกจากนี้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ยังระบุด้วยว่า หากมีผู้ชุมนุม 2 กลุ่มเข้าไปในพื้นที่พร้อมกัน ก็จะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ส่วนเหตุการณ์วันที่ 17 พฤศจิกายน 63 ที่ผ่านมา ตำรวจไม่ได้ปล่อยปะละเลย ซึ่งตำรวจได้ขับรถ ตชด. ไปขวาง ทำให้รถของ ตชด. มีรอยกระสุนหลายรอย ตำรวจได้พยายามป้องกัน แต่การควบคุมฝูงชนที่ผ่านมาตำรวจไม่มีอาวุธ เพราะทางผู้บังคับบัญชากำชับมาไม่ให้ใช้อาวุธ

ต่อกันที่ประเด็นเกี่ยวกับ “เอกสารลับมาก” ที่มีเนื้อหาโจมตีฝ่ายรัฐบาล ซึ่งแหล่งข่าวระดับสูงฝ่ายความมั่นคง กล่าวกับสำนักข่าว PPTV ว่า เอกสารลับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) (สนง.) เป็นฉบับจริง โดยเป็นเอกสารถึงกระทรวงมหาดไทยให้ดูแลเรื่องการระดมประชาชนร่วมชุมนุมในพื้นที่ กทม. ระหว่างวันที่ 23-27 พ.ย. โดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันม็อบชนม็อบ และเนื้อหายังเป็นเพียงการอำนวยความสะดวกภายใต้แนวทางสันติวิธี เพื่อสกัดไม่ให้ประชาชนในต่างจังหวัดเคลื่อนขบวนมายัง กทม.

ปิดท้ายกันที่เรื่องราวน่าเหลือเชื่อของ “ยาเค 11.5 ตัน” ที่ในที่สุดมีรายงานข่าวว่าที่จริงแล้ว ยาดังกล่าวเป็นเพียงโซเดียมฟอสเฟตหรือสารที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมอาหารและยา ไม่ใช่ยาเสพติด

อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารย์อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า มี 3 ประเด็นเกี่ยวกับคดีเคตามีนกลายเป็นไตรโซเดียมฟอสเฟต คือ ผลจากชุดตรวจมั่ว การเล่นแร่แปรธาตุ และขอดูผล Lab GC-MS

ส่วนอีกประเด็นก็คือทางไต้หวันสั่งซื้อสารจากโกดังแห่งนี้และมีเคตามีนปนไป ทางตำรวจสากลประสานมาให้จับ เมื่อจับแล้วตรวจแล้วเป็นสีม่วงแต่ภายหลังเป็นไตรโซเดียมฟอสเฟต แต่สารชนิดนี้จำนวน 11.5 ตัน มูลค่าไม่กี่แสนบาท แต่ต้องจ่ายค่าเช่าโกดังเดือนละ 70,000 บาท และไต้หวันไม่มีความจำเป็นที่ต้องสั่งไตรโซเดียมฟอสเฟตจากประเทศไทย เพราะสั่งจากจีนง่ายกว่า

อาจารย์อ๊อด กล่าวอีกว่า ชุดคิทที่ใช้ตรวจนั้นจะใช้เวลาตรวจเพียง 5 วินาที ที่ใช้ตรวจเคตามีนโดยเฉพาะ แต่เวลาผ่านไป 10 วัน แล้วมาบอกว่าเป็น ไตรโซเดียมฟอสเฟต จึงเป็นคำถามของสังคม สำหรับสารทั้ง 2 ตัวนั้นเป็นสารคนละชนิด ซึ่งสาร 2 ตัวจะเป็นสารสีขาวเหมือนกัน ซึ่งอาจเอามาปนกันซึ่งในจำนวน 400 กระสอบ อาจมี 30 กระสอบปนอยู่ในนั้น ต้องมีการตรวจสอบที่ใช้เวลาเพียง 5 วินาที ซึ่งน่าจะไม่น่าใช้เวลานาน สามารถแยกออกตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตาม จากที่มีการแถลงนั้นอาจารย์อ๊อดเผยว่าก็ยังงงๆ ว่าทั้งหมดนั้นเป็นสารไตรโซเดียมฟอสเฟตทั้งหมดหรือแค่บางส่วน ซึ่งก็อยากให้ออกมาชี้แจง หลายๆ อย่างในการแถลงข่าวรู้สึกมีความผิดเพี้ยน ซึ่งอยากทำอะไรให้สังคมกระจ่าง ประชาชนก็สงสัยอยากได้ความกระจ่าง ซึ่งตนอยากให้ผลแล็บออกมายืนยัน หรืออาจใช้หน่วยงานอื่นเช่น กรมวิทยาศาสตร์ หรือ หน่วยงานอื่นเพื่อตรวจ หรือส่งมาที่ตนก็ได้ แต่ขอให้เป็นสารที่ตรวจจับได้จริงๆ มาตรวจ

สนับสนุนโดย ufabet24